|
Written by Administrator
|
|
Saturday, 12 July 2008 13:20 |
|
ตำแหน่ง : เกาะเก้า ปลายแหลมด้านทิศตะวันตก(Christmas Point) ระยะเวลาที่เหมาะสมในการดำน้ำ : พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ความลึกโดยเฉลี่ย : 30 ฟุต ถึง 130 ฟุต
รายละเอียด : ลักษณะเป็นกองหินใต้น้ำยอดโผล่พ้นน้ำเล็กน้อยลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่กองทับกันไปมามีโพรงและหลืบมากมายมีโอกาสเห็น Gray nurse shark และ Napoleon Wrasse ขนาดใหญ่นอนอยู่ในโพรงเป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังปะการังแข็ง สัตว์ทะเลที่พบเห็นได้ทั่วไปในบริเวณอันดามันนอกจากนั้นยังมีโอกาสได้เห็น Sea fans, ปะการังอ่อน ฟองน้ำ ฝูงปลากระพงสีเหลืองและ Manta ray ในบิเวณนี้อีกด้วย
หมู่เกาะสิมิลัน
........นับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเป็นหมู่เกาะกลางทะเลอันดามัน ซึ่งรวมความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตและสภาพธรรมชาติใต้ท้องทะเลอันน่าพิศวง ยิ่งกว่านั้นหมู่เกาะอันสวยงามบริสุทธิ์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยไปแล้วโดยเฉพาะโลกใต้ทะเลอันเต็มไปด้วยสีสันของแนวประการัง และสัตว์น้ำทั้งหลาย คือแรงดึงดูดใจให้นักประดาน้ำพากันมาสัมผัสความงามของโลกใต้น้ำที่สิมิลันกันอย่างมากมาย ขณะเดียวกันกิจกรรมท่องเที่ยวโดยการดำน้ำกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทว่าพื้นที่ทั้งส่วนที่เป็นเกาะและใต้ทะเลของสิมิลันนั้น มีความสามารถในการรองรับได้อย่างจำกัด อีกทั้งสภาพธรรมชาติยังมีความเปราะบางอย่างยิ่ง
........อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันตั้งอยู่ในทะเลอันดามันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมหาสมุทรอินเดียทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทยในเขตตำบลพระทองอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ปัจจุบันได้มีการผนวกเกาะบอน และเกาะตาชัยเข้ามารวมอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันด้วย จึงทำให้อาณาเขตของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนั้นขยายขึ้นไปจนจรดกับแนวเขตของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ........หมู่เกาะสิมิลันประกอบขึ้นด้วยเกาะน้อยใหญ่ทั้งสิ้น 9 เกาะเรียงรายกันในแนวเหนือใต้ขนานกับชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันตกของประเทศไทยเกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะสิมิลันหรือเกาะแปดซึ่งเป็นที่ตั้งของหินเรือใบอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลัน ........อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันได้รับการประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 โดยการผลักดันของกลุ่มนักสำรวจที่ประกอบด้วยนาย Jefery A. Sayer ผู้เชี่ยวชาญด้านอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าขอองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ดร.เต็ม สมิตินันทน์ผู้เชี่ยวชาญพรรณไม้ นายสุวัช สิงหพันธ์ เจ้าหน้าที่กองอุทยานกรมป่าไม้ และนายประพันธ์ผลเสวกบรรณาธิการหนังสือเพื่อเดินทาง ซึ่งได้เดินทางเข้ามาสำรวจตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีพ.ศ. 2524 ........เหตุผลสำคัญที่ทำให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมีลักษณะเด่นที่แตกต่างไปจากอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งอื่นๆในประเทศไทยก็คือลักษณะที่ตั้งอยู่ในเขตของมหาสมุทรมากกว่าเกาะอื่นๆในประทศไทยที่จะตั้งอยู่ในบริเวณชายฝั่งที่จะได้รับอิทธิพลจากแนวตะกอนปากแม่น้ำที่ค่อนข้างสูงในขณะที่หมู่เกาะสิมิลันรวมทั้งเกาะบอนและเกาะตาชัยนั้นกลับได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำในมหาสมุทรอินเดียมากว่า รู้จักกับแนวปะการัง ........แนวปะการังคือระบบนิเวศที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายมากที่สุดในท้องทะเลแนวปะการังจัดเป็นสิ่งก่อสร้างของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ผู้ที่สร้างแนวปะการังขึ้นมานั้น กลับเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่เราเรียกกันว่า " ตัวปะการัง" ปะการังเป็นสัตว์ที่เติบโตได้ช้ามากในแต่ละปีอาจจะมีอัตราการเจริญเติบโตเพียง 2-5 เซนติเมตรเท่านั้นเอง กว่าจะเป็นแนวปะการังที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้จึงต้องใช้เวลานานนับพันนับหมื่นปี ........ปะการังนั้นมีมากมายนับร้อยนับพันชนิดที่แตกต่างออกไปตามโครงสร้างและรูปแบบการจับตัวของปะการัง เราสามารถพบปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลันมากกว่า 240 ชนิดเราอาจจะจำแนกกลุ่มของปะการังอย่างง่าย ๆ ได้จากรูปร่างลักษณะภายนอก ........ปะการังอ่อน นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของหมู่เกาะสิมิลัน ปะการังอ่อนเป็นปะการังที่ไม่สร้างหินปูนขึ้นเป็นโครงสร้างแบบปะการังแข็งแต่จะมีลักษณะลำต้นที่อ่อนนุ่มแต่เหนียวมีสีสันที่งดงามหลากหลายเรามักจะพบปะการังอ่อนในบริเวณผนังหินที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและลึกเกินกว่า 30 ฟุตลงมา ........ปะการังแข็ง มักจะขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ในบริเวณแนวปะการังชายเกาะในระดับความลึกที่ไม่มากนัก เช่น ปะการังเขากวาง ซึ่งจะสร้างโครงสร้างหินปูนที่แข็ง แต่เปราะขึ้นมายึดตัวปะการังเอาไว้ด้วยกัน เราจะพบปะการังเขากวางในบริเวณที่ไม่ค่อยจะมีกระแสน้ำรุนแรงเช่นในอ่าว หรือ ตามชายเกาะ ........ปะการังถ้วยส้ม เป็นปะการังที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ปะการังแต่ละตัวนั้นค่อนข้างจะใหญ่กว่าปะการังชนิดอื่น ๆทำให้เราสามารถสังเกตพฤติกรรมในการ กินอาหารของตัวปะการังได้เป็นอย่างดี ในช่วงที่กระแสน้ำไหลแรงปะการังถ้วยส้มจะยื่นหนวดของมันออกมาเพื่อจับแพลงตอนสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ล่องลอยปะปน มากับกระแสน้ำเป็นอาหาร ........กัลปังหารูปพัดหรือ Sea fan เป็นสิ่งมีชีวิตที่มักจะถูกเข้าใจว่าเป็นพืชเนื่องจากมีรูปร่างลักษณะที่ดูคล้ายกับต้นไม้แต่แท้ที่จริงแล้วกัลปังหารูปพัดก็เกิดจากสัตว์ในตระกูลปะการังที่สร้างแกนของลำต้นจากเกล็ดหินปูนบวกกับสารโปรตีน Gorgonion ที่แทรกอยู่ทำให้กิ่งนั้นสามารถให้ตัวโอนเอนไปตามกระแสน้ำได้กัลปังหารูปพัดมักจะขึ้นปะปนรวมอยู่กับปะการังอ่อนในระดับความลึกตั้งแต่ 30 ฟุตไป ........ดอกไม้ทะเลจัดเป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกันกับปะการังแข็งแต่ไม่สามารถสร้างหินปูนบริเวณปลายหนวดมีเซลล์เข็มพิษที่ใช้จับเหยื่อจำพวกปลากินเป็นอาหาร ดอกไม้ทะเลมักจะมีเพื่อนคู่หูคือ ปลาการ์ตูน ที่มักจะอาศัยอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน โดยปลาการ์ตูนใช้ดอกไม้ทะเลเป็นหลบภัยในขณะเดียวกันก็หลอกล่อให้ปลาตัวอื่นเข้ามาเป็นเหยื่อของดอกไม้ทะเลด้วย จุดดำน้ำลึก (จากทิศเหนือลงใต้) ........1. กองหินด้านนอกเกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะตาชัยมีลักษณะเป็นยอดหินจมน้ำ มีอยู่ 2 ยอดใหญ่ ๆ ด้วยกัน แวดล้อมด้วยฝูงปลาขนาดใหญ่มากมายไม่ว่าจะฝูงปลาหูช้าง และฝูงปลาสากที่มีจำนวนนับร้อย ๆ ตัวในบริเวณนี้ยังเป็นจุดที่มีรายงานการพบปลากระเบนราหู และปลาฉลามวาฬมากที่สุด ........2. เกาะบอน เป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางเหนือของหมู่เกาะสิมิลัน สำหรับจุดดำน้ำจะอยู่ในบริเวณกองหินใต้ทางด้านปลายแหลมทิศตะวันตก ในบริเวณนี้มักพบ ฉลามครีบขาว (Whith tip reef shark) และ ปลาฉลามกบ (Leopard shark) อาศัยอยู่เป็นประจำ ........3. กองหินคริสต์มาสพ็อยต์อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบางู เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเป็นจุดที่มี รายงานว่าพบปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า ปลาบู่สีเพลิง กั้งตั๊กแตนรวมทั้งปลาขนาดใหญ่ เช่น ฉลามสีเทา (Grey reef shark) และ ฉลามครีบขาวรวมทั้งปลากระเบนราหู ก็เคยมีผู้พบเห็นเสมอ ๆ ........4. กองหินแฟนตาซี นับได้ว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของหมู่เกาะสิมิลันก็ว่าได้ ลักษณะเป็นกองหิน 3กอง เราะจะพบสัตว์แทบทุกชนิดในน่านน้ำไม่ว่าจะเป็น ปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า ปลาบู่สีเพลิง กุ้งชนิดต่างๆ กองหินแฟนตาซีจึงเป็นจุดดำน้ำลึกไม่ควรพลาด ........5. อ่าวกวางเอน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะแปด เป็นแนวปะการังชายฝั่งที่ขึ้นอยู่ตามแนวลาดชันของความลึก เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการศึกษาปะการัง แข็งชนิดต่าง ๆ และพบเต่าทะเลชนิดต่างๆ อยู่เสมอ ........6. แหลมประภาคาร เป็นจุดที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับอ่าวกวางเอนแต่อยู่ถัดลงมาทางด้านปลายแหลม ที่ความลึกประมาณ 100 ฟุต จะมีกองหินอยู่ 2 ก้อนซึ่งเต็มไป ด้วยปะการังอ่อนและกัลปังหาชนิดต่าง ๆ มากมาย ที่ขึ้นปกคลุมหินอยู่ ........7. หินหัวกะโหลก เป็นอีกจุดหนึ่งที่เราจะพบสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมายทั้งสัตว์ขนาดเล็กจำพวกกุ้งและปูชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสัตว์ใหญ่ ๆ เช่นกระเบนราหูก็มัก จะแวะเวียนเข้ามาเสมอ ๆ ........8. หินสามก้อน เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง แนวปะการังในบริเวณนี้จะอยู่ในความลึกตั้งแต่ 40-120 ฟุต ในบริเวณเวณนี้เราจะพบฉลามครีบขาวอยู่เสมอ ๆ ........9. หินดอกไม้ เป็นจุดดำน้ำที่เราจะพบแนวปะการังที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของสิมิลัน โดยเฉพาะก้อนหินในบริเวณปลายทุ่นจอเรือนั้น จะเต็มไปด้วย สีสันของปะการังและกัลปังหาชนิดต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะพบได้ในท้องทะเลอื่น ........10. หัวเกาะเมียง เป็นจุดดำน้ำลึกที่ค่อนข้างลึกมาก ไม่ค่อยเหมาะสำหรับมือใหม่เป็นจุดดำน้ำที่เรามักจะพบ ปลาโรนัน ปลากระเบนขนาดใหญ่ ........11. สวนปลาไหล ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะห้า มีลักษณะเป็นลานทรายกว้างที่มีปลาไหลชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่า Garden eel อาศัยอยู่ในพื้นทราย นับร้อยตัวปลาไหลชนิดนี้ค่อนข้างตื่นตกใจง่าย เราจึงควรเฝ้าชมอยู่ห่าง ๆ ........12. สันฉลาม เป็นจุดดำน้ำลึกที่เป็นหินโผล่น้ำทางด้านใต้ของสิมิลัน อยู่ใกล้ ๆ กับเกาะปายัง เป็นจุดที่มีกระแสน้ำค่อนข้างแรงสภาพ ใต้น้ำส่วนใหญ่ปกคลุม ด้วยกัลปังหารูปพัด เป็นจุดที่มักจะพบฉลามกบและกระเบนราหูเสมอ ๆ ด้วย ........13. กำแพงเมืองจีน เป็นแนวหินที่มีรูปทรงคล้าย ๆ กับกำแพงเมืองจีนที่ต่อยาวออกมาจากแนวของสันฉลามเป็นจุดดำน้ำที่กินอาณาบริเวณที่กว้างมาก ในบริเวณนี้เราจะพบดงของกัลปังหารูปพัดเป็นระยะ ๆ ไปตลอดแนวหิน กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติของนักท่องเที่ยวในแนวปะการัง ........นักดำน้ำอาจเป็นผู้ทำลายแนวปะการังลงไปโดยที่ไม่ตั้งใจนักดำน้ำที่ดีจะไม่พยายามแตะต้องแนวปะการังเลยเราสามารถที่จะหลีกเลี่ยง ความเสียหาย นี้ได้ดังต่อไปนี้ ........1. ใช้ตะกั่วถ่วงน้ำหนักให้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันการจมลงไปกระแทกแนวปะการังเราสามารถควบคุมการลอยตัวได้โดยการใช้ตะกั่ว น้ำหนักที่สมดุลกับร่างกายและการควบคุมลมหายใจ ........2. พยายามว่ายน้ำในแนวราบเสมอ รักษาระยะ ตามองข้างหน้าหรือก้มลง ตัวอยู่ห่างจากแนวปะการังพอสมควร ป้องกันเมื่อมีกระแสน้ำ อย่าพลิกตัวหรือ ตีลังกาเพราะถังอากาศอาจจะไปกระแทกโดนปะการังโดยไม่ตั้งใจ ........3. ควบคุมการใช้ตีนกบ เมื่อว่ายอยู่เหนือแนวปะการังและอย่าเตะทรายให้ฟุ้งขึ้นมา เพราะทรายที่คลุ้งลอยไปตกบนตัวปะการัง จะทำให้ปะการังตาย ........4. หลีกเลี่ยงการดิ่งลงสู่พื้นในกรณีที่ยังไม่ชำนาญ ควรจะค่อย ๆ ไต่ลงตามสายสมอ ........5. อย่าเก็บสิ่งของจากท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง กัลปังหาโดยเด็ดขาด ........6. อย่ายืนพักตัวบนปะการัง โขดปะการังขนาดใหญ่แม้จะดูแข็งแรง แต่ในตัวของมันนั้นคือชีวิตของปะการังตัวเล็ก ๆ ที่อาจจะตายได้แค่ถูกสัมผัส ........7. อย่าแตะต้องแนวปะการังหลีกเลี่ยงการจับต้องแนวปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่ เพียงมือที่ไปสัมผัสลงบนตัวปะการังเพียงเบา ๆ แม้จะไม่ทำให้มันหักลงไปก็ตาม แต่อาจะฆ่าตัวปะการังได้ ........8. เก็บอุปกรณ์ที่เป็นสายระโยงระยางให้เรียบร้อย นักดำน้ำที่ปล่อยให้สายอากาศสำรองหรือสายวัดอากาศลากไปมักจะไปเกี่ยวกับปะการังอยู่เสมอ ๆ ........9. รัดเข็มขัดตะกั่วให้เรียบร้อยเข็มขัดตะกั่วถ้าเกิดตกลงไปจะทำให้ปะการังเสียหายมาก ........10. อย่าสัมผัสหรือจับต้องสัตว์น้ำทุกชนิด อย่าดำน้ำไล่ต้อน และเฝ้าชมอยู่ในระยะห่างพอสมควร โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น ปลากระเบนราหู หรือ ปลาฉลามวาฬเพราะจะเป็นเหตุให้สัตว์ใหญ่เหล่านี้ตื่นกลัว และอาจจะไม่ยอมเข้าใกล้นักดำน้ำอีกเลย ........ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 4 (ภาคใต้ตอนบน)
|